Tax Time 2017 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาษีในออสเตรเลีย

สวัสดีครับ บทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับภาษีในออสเตรเลีย ที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้อัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลและการการเปลี่ยนแปลงในปี 2017 เนื้อหาโดยย่อจะพูดถึงเรื่องภาษีส่วนบุคคลในออสเตรเลีย เช่น ใครที่จะต้องเสียภาษีบ้าง รายรับแบบไหนที่เราจะต้องใส่เข้าไปตอนยื่นภาษีปลายปี รวมไปถึงอัตราภาษีส่วนบุคคลในปีงบประมาณ 2017 ทั้งในส่วนของคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) ไม่ใช่คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Foreign resident) และ คนที่มาด้วย Work & Holiday Visa

ปกติแล้วเราจะต้องเสียภาษีจากรายได้ที่ได้รับจากการทำงานในออสเตรเลีย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการมีรายได้จากการเป็นลูกจ้าง พนักงานให้กับสถานประกอบการและธุรกิจประเภทต่างๆ รายได้จากการประกอบธุรกิจ รายรับจากดอกเบี้ย เงินปันผลจากหุ้น เงินกำไรจากการซื้อขายหุ้น และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รายรับจากค่าเช่าบ้าน เงินช่วยเหลือจากเซ็นเตอร์ลิงค์บางประเภท เป็นต้น ปีภาษีของออสเตรเลียจะเริ่มจากวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 มิถุนายนของทุกๆปี ดังนั้นปีภาษี 2017 จึงเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2016 ถึง 30 มิถุนายน 2017

เราจะเสียภาษีเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ครับ

1) ปัจจัยแรกที่เราจะต้องพิจารณา คือ ต้องพิจารณาว่าเราเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษีหรือไม่ เพราะถ้าเรากรอกข้อมูลตรงส่วนนี้ผิด ซึ่งมีให้เลือกแค่ 2 ช่อง คือใช่กับไม่ใช่ อาจจะส่งผลให้เราเสียภาษีในอัตราที่สูงหรือต่ำกว่าปกติก็เป็นได้

สำหรับในทางภาษีแล้ว คนไทยที่เข้ามาพักอาศัยและทำงานอยู่ในออสเตรเลียมากกว่า 6 เดือน มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ทำงานเป็นหลักแหล่งและไม่ได้โยกย้ายถิ่นถานที่พักไปเรื่อยๆ จะถือว่าเป็น คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) ดังนั้นนักเรียนหรือผู้ติดตามที่มาเรียนมากกว่า 6 เดือนและพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเดียวตามช่วงเวลาที่เรียนจะถือว่าเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี

คนไทยหลายคนเข้าใจประเด็นนี้ผิดเพราะเอาคำจำกัดความเกี่ยวกับความเป็นคนออสเตรเลียจากเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐาน (Migration Purposes) มาใช้ตอนยื่นภาษีซึ่งจะทำให้เราเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าปกติ จริงๆแล้วนิยามของการเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) และความหมายของคนออสเตรเลียในเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐาน(Migration Purposes) นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นกฏหมายคนละฉบับและมีจุดประสงค์ในการบังคับใช้ต่างกัน นอกเหนือจากเรื่องการพักอาศัยและทำงานอยู่ในออสเตรเลียมากกว่า 6 เดือนแล้ว สถานะของวีซ่าก็ต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะวีซ่าที่เราหรือผู้ติดตามถืออยู่ต้องอนุญาติให้เราทำงานได้ด้วย

จากตารางที่ผมนำมาให้ดู จะเห็นได้ว่าอัตราภาษีนั้นจะแตกต่างกันมาก ในส่วนของคนที่เป็นออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) และคนที่ไม่ใช่คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Foreign resident) ดังนั้นตอนกรอกข้อมูลยื่นภาษี (ในกรณีที่ทำด้วยตนเอง) จะต้องระวังในจุดนี้ด้วย

สำหรับคนที่ถือวีซ่า Work & Holiday จะต้องเสียภาษีในอัตราเฉพาะตามตารางที่ 3 โดนในปีภาษีภาษี 2017 ( 1 กรกฎาคม 2016 ถึง 30 มิถุนายน 2017) นั้นจะค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนพอสมควรเนื่องจากอัตราภาษีใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2017 ดังนั้นคนที่ถือวีซ่านี้ที่มีรายรับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2017 เป็นต้นไป จะเริ่มเสียภาษีในอัตราใหม่ในทุกกรณีโดยไม่พิจารณาเรื่องการอยู่อาศัยในแหล่งถิ่นฐานเดิมและทำงานที่เดิมมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะทำให้เสียภาษีในอัตราคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษีเหมือนในอดีต

สำหรับช่วงเวลาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2016 ถึง 31 ธันวาคม 2016 คนที่ถือวีซ่า Work & Holiday จะต้องจ่ายภาษีในอัตราคนที่ไม่ใช่คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Foreign resident) ตามตารางที่ 2 ซึ่งสูงกว่าอัตราปกติ ถ้าทำงานกับนายจ้างเดิมในระหว่างปีภาษี นายจ้างจะต้องออกใบสรุปรายได้ (PAYG Summary) ให้ 2 ใบ คือ ช่วงก่อนและหลังวันที่ 1 มกราคม 2017

2)ปัจจัยที่สองที่กำหนดว่าเราจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่นั้น คือ ระดับรายได้ของเราเอง ถ้ารายได้มากก็จะต้องเสียภาษีมากในอัตราก้าวหน้า ดังที่แสดงไว้ในตารางข้างบน โดยปกติแล้วนายจ้างจะหักภาษีจากรายได้ (Tax Withheld) ในการทำงานในแต่ละอาทิตย์หรือแต่ละเดือนไว้
จำนวนภาษีที่จะต้องถูกหักไว้จะแตกต่างกันไปแล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น ระดับเงินเดือนที่ได้ มีนายจ้างมากกว่า 1 รายหรือไม่ เป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษีหรือไม่ เป็นต้น โดยปกติแล้วถ้าเรามีรายรับจากนายจ้างเพียงรายเดียว และเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี ยอดภาษีที่ต้องถูกหักจากเงินเดือน หรือ รายสัปดาห์ จะสามารถตรวจสอบได้จากลิงค์นี้ครับ

Tax withheld calculator

จากลิงค์ข้างบน แค่เติมจำนวนเงินรายได้รายสัปดาห์ สองสัปดาห์ หรือ รายเดือนในส่วนสุดท้าย แล้วกด คำนวณ ก็จะรู้แล้วว่าภาษีที่หักจากรายได้นั้นเป็นจำนวนเท่าไหร่ และนายจ้างหักภาษีไว้มากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ ถ้าหักไว้น้อยเกินไป ตอนเรายื่นภาษีปลายปีเราอาจจะต้องเสียภาษีเพิ่มก็เป็นได้ ในกรณีที่นายจ้างหักภาษีไว้มากเกินไป ตอนยื่นภาษีปลายปีเราอาจจะได้รีฟันด์กลับมามากแต่ข้อเสียคือ ในช่วงระหว่างปีเงินที่นายจ้างจ่ายให้เราหลังจากหักภาษีจะลดลงซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องได้ กรณีที่ดีที่สุดสำหรับลูกจ้างคือ นายจ้างหักภาษีไว้ในปริมาณที่เหมาะสมตามรายได้ที่เราได้รับ ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้จากลิงค์ที่ให้ไว้ข้างบนได้เลยครับ อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกจ้างไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี Tax File Number นายจากอาจจะหักภาษีไว้ถึง 49% เลยทีเดียว

3)ปัจจัยที่สามคือ ค่าลดหย่อนที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานโดยตรงและมีใบเสร็จเก็บไว้เป็นหลักฐาน สามารถดูวีดีโอคำแนะนำจาก Australian Taxation office ได้ตามข้างล่างเลยครับ

อย่างไรก็ตาม ระบบภาษีในออสเตรเลียนั้นค่อนข้างซับซ้อน หลายคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเคลมค่าลดหย่อนบางอย่างที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรงและสามารถเคลมได้ใน Tax return ตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย คือ การเคลมค่าชุดพนักงานเสริฟ์ขาวดำทั่วไปโดยไม่มี Logo ร้านติดอยู่ การเคลมค่าเดินทางไปกลับจากที่บ้านไปที่ทำงาน เป็นต้น การเคลมค่าลดหย่อนที่กล่าวมาข้างต้นตามกฏหมายภาษีแล้วไม่สามารถทำได้ ถ้า ATO ตรวจสอบเจอย้อนหลัง อาจจะโดนปรับและต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมก็เป็นได้ ถ้าท่านไม่แน่ใจเกี่ยวกับการยื่นภาษี ทางที่ดีที่สุดควรจะสอบถามข้อมูลกับนักบัญชี (Tax agent) ที่ท่านใช้บริการอยู่

ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับบทความนี้ไพสท์สอบถามข้างล่างได้เลยนะครับ

Wasu Sooksomsod CPA, Tax Agent
M.Acc (RMIT), B.Econ (Chula)
wasu@pwsaccounting.com.au

Please follow and like us:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

WordPress spam blocked by CleanTalk.