Tax Time 2015 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาษีในออสเตรเลีย

สวัสดีครับ บทความนี้เป็นบทความแรกในบล๊อก ผมจึงอยากเขียนถึงเรื่องภาษีทั่วๆไปก่อน ใครที่จะต้องเสียภาษีบ้าง รายรับแบบไหนที่เราจะต้องใส่เข้าไปตอนยื่นภาษีปลายปี รวมไปถึงอัตราภาษีส่วนบุคคลในปีงบประมาณ 2015 ทั้งในส่วนของคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) และไม่ใช่คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Non – Australian resident for tax purposes)

ปกติแล้วเราจะต้องเสียภาษีจากรายได้ที่ได้รับจากการทำงานในออสเตรเลีย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการมีรายได้จากการเป็นลูกจ้าง พนักงานให้กับสถานประกอบการและธุรกิจประเภทต่างๆ

รายได้จากการประกอบธุรกิจ รายรับจากดอกเบี้ย เงินปันผลจากหุ้น เงินกำไรจากการซื้อขายหุ้น และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รายรับจากค่าเช่าบ้าน เงินช่วยเหลือจากเซ็นเตอร์ลิงค์บางประเภท เป็นต้น

วิดีโอข้างบนเป็นข้อมูลเบื้องต้นจากกรมสรรพากรออสเตรเลีย ผมจะขยายความเพิ่มเติมต่อทางด้านล่างนะครับ

เราจะเสียภาษีเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ครับ

1) ปัจจัยแรกที่เราจะต้องพิจารณาเลย คือ ต้องพิจารณาว่าเราเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษีหรือไม่ เพราะถ้าเรากรอกข้อมูลตรงส่วนนี้ผิด ซึ่งมีให้เลือกแค่ 2 ช่อง คือใช่กับไม่ใช่ อาจจะส่งผลให้เราเสียภาษีในอัตราที่สูงหรือต่ำกว่าปกติก็เป็นได้

สำหรับในทางภาษีแล้ว คนไทยที่เข้ามาพักอาศัยและทำงานอยู่ในออสเตรเลียมากกว่า 6 เดือน มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ทำงานเป็นหลักแหล่งและไม่ได้โยกย้ายถิ่นถานที่พักไปเรื่อยๆ จะถือว่าเป็น คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) ดังนั้นนักเรียนหรือผู้ติดตามที่มาเรียนมากกว่า 6 เดือนและพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเดียวตามช่วงเวลาที่เรียนจะถือว่าเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี เช่นเดียวกับคนที่มาโดย Working Holiday Visa ถ้าอยู่เป็นหลักแหล่ง อยู่ในเมืองใดเมืองหนึ่งมากกว่า 6 เดือน ก็จะถือว่าเป็น คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษีด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามคนที่มาโดย Working Holiday Visa นั้นจะถือว่าไม่ใช่คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษีในทุกกรณี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 1 กรกฎาคม 2016 เป็นต้นไป เพราะมีการประกาศจากทางรัฐบาลในการวางแผนปีงบประมาณ 2015 ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดังนั้นผู้ถือ Working Holiday Visa หลังจากปีงบประมาณ 1 กรกฎาคม 2016 จะต้องเสียภาษีในอัตราคนต่างชาติซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตราปกติ

คนไทยหลายคนเข้าใจประเด็นนี้ผิดเพราะเอาคำจำกัดความเกี่ยวกับความเป็นคนออสเตรเลียจากเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐาน (Migration Purposes) มาใช้ตอนยื่นภาษีซึ่งจะทำให้เราเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าปกติ จริงๆแล้วนิยามของการเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) และความหมายของคนออสเตรเลียในเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐาน(Migration Purposes) นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นกฏหมายคนละฉบับและมีจุดประสงค์ในการบังคับใช้ต่างกัน

นอกเหนือจากเรื่องการพักอาศัยและทำงานอยู่ในออสเตรเลียมากกว่า 6 เดือนแล้ว สถานะของวีซ่าก็ต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะวีซ่าที่เราหรือผู้ติดตามถืออยู่ต้องอนุญาติให้เราทำงานได้ด้วย

จากตารางที่ผมนำมาให้ดู จะเห็นได้ว่าอัตราภาษีนั้นจะแตกต่างกันมาก ในส่วนของคนที่เป็นออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Australian resident for tax purposes) และคนที่ไม่ใช่คนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี (Non – Australian resident for tax purposes) ดังนั้นตอนกรอกข้อมูลยื่นภาษี (ในกรณีที่ทำด้วยตนเอง) ต้องระวังในจุดนี้ด้วย

2)ปัจจัยที่สองที่กำหนดว่าเราจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่นั้น คือ ระดับรายได้ของเราเอง ถ้ารายได้มากก็จะต้องเสียภาษีมากในอัตราก้าวหน้า ดังที่แสดงไว้ในตารางข้างบน โดยปกติแล้วนายจ้างจะหักภาษีจากรายได้ (Tax Withheld) ในการทำงานในแต่ละอาทิตย์หรือแต่ละเดือนไว้

จำนวนภาษีที่จะต้องถูกหักไว้จะแตกต่างกันไปแล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น ระดับเงินเดือนที่ได้ มีนายจ้างมากกว่า 1 รายหรือไม่ ไม่ได้เป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี เป็นต้น โดยปกติแล้วถ้าเรามีรายรับจากนายจ้างเพียงรายเดียว และเป็นคนออสเตรเลียในความหมายทางด้านภาษี ยอดภาษีที่ต้องถูกหักจากเงินเดือน หรือ รายสัปดาห์ จะสามารถตรวจสอบได้จากลิงค์นี้ครับ

Tax withheld calculator

จากลิงค์ข้างบน แค่เติมจำนวนเงินรายได้รายสัปดาห์ สองสัปดาห์ หรือ รายเดือนในส่วนสุดท้าย แล้วกด คำนวณ ก็จะรู้แล้วว่าภาษีที่หักจากรายได้นั้นเป็นจำนวนเท่าไหร่ และนายจ้างหักภาษีไว้มากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ ถ้าหักไว้น้อยเกินไป ตอนเรายื่นภาษีปลายปีเราอาจจะต้องเสียภาษีเพิ่มก้เป็นได้ ในกรณีที่นายจ้างหักภาษีไว้มากเกินไป ตอนเรายื่นภาษีปลายปีเราอาจจะได้รีฟันดืกลับมามากแต่ข้อเสียคือ ในช่วงระหว่างปีเ งินที่นายจ้างจ่ายให้เราหลังจากหักภาษีจะลดลงซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องได้ กรณีที่ดีที่สุดสำหรับลูกจ้างคือ ถ้านายจ้างหักภาษีไว้ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้จากลิงค์ที่ให้ไว้ข้างบนครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกจ้างไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี Tax File Number นายจากจะหักภาษีไว้ถึง 49% เลยทีเดียว

ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับบทความนี้ไพสท์สอบถามข้างล่างได้เลยนะครับ

Please follow and like us:

11 Responses to Tax Time 2015 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาษีในออสเตรเลีย

  1. พิม says:

    สวัสดีคะ

    ตอนดิฉันไปสมัครงานและได้กรอกใบเกี่ยวกับภาษีไป และดิฉันได้ติ้กให้ข้อมูลผิดไปคะ ดิฉันไปติ้กตรงช่องnon resident. แต่ในความเป็นจริงดิฉันสามารถ ติ้กเป็น. Resident for tax purpose ได้. ไม่ทราบว่าถ้าหากไปแจ้งกับทางที่ทำงานขอกรอกแบบฟอร์มเปลี่ยนเป็น. Resident for tax purpose จะสามารถ. เคลมแท็กคืนได้เรทปกติมั้ยคะ. ส่วนตัวทำงานร้านอาหารรายได้ไม่สูงแต่ตอนนี้โดนหักแท็กเยอะมากคะประมาน30%

    ขอบคุณมากคะ
    พิม

    • Wasu says:

      ไปแจ้งที่ทำงานได้ครับว่าให้ข้อมูลผิดไป ทางที่ทำงานจะได้หักภาษีน้อยลงตามเรท Resident for tax purpose

      ส่วนภาษีที่ถูกหักไปเรทสูงกว่าปกติจะเคลมคืนได้ตอนยื่นภาษีปี 2016 ครับ แต่ตอนยื่นภาษีต้อง Tick ช่อง Resident for tax purpose นะครับ

      วสุ

  2. PJ says:

    สวัสดีค่ะ
    1.พอดีเพิ่งมาออสเตรเลียวันที่ 23 เมษายน 2016ด้วยวีซ่าwork&holliday ค่ะ อยากถามว่า นับตั้งแต่วันที่ดิฉันมาถึงจนถึง 30 มิถุนายน 2016 ตัวดิฉันจะยังนับเป็น Australian resident fo tax purpose อยู่ช่ายมั้ยค่ะ? แล้วพอ 1 กรกฏาคม 2016ก็จะต้องเปลี่ยนมาเป็น non-Australian resident อย่างนี้เข้าใจถูกรึป่าวค่ะ
    2.ภาษีนี่เค้ากรอกกันช่วงไหนอ่ะค่ะ และเข้าไปกรอกที่เว็บไหนค่ะ พอดีเพิ่งมาก็เลยยังงๆมากค่ะ
    3.เงิน superนี่คืออะไรค่ะ พอจะมีlink ให้อ่านทำความเข้าใจมั้ยค่ะ

    • Wasu says:

      1) เข้าใจถูกต้องแล้วครับ แต่ต้องอยู่เป็นหลักแหล่งที่เดียวเกิน 6 เดือนนะครับ

      แต่มันยังมีส่วนของความไม่แน่นอนตั้งแต่ 1 กรกฏาคม 2016 เป็นต้นไป เนื่องจากมีการเปลี่ยนนายก และนายกคนปัจจุบันมีแผนที่จะยกเลิกกฏหมายตัวนี้ ซึ่งจะทำให้ คนที่มาวีซ่าwork&holliday จะเป็น Australian resident fo tax purpose ได้ถ้าอยู่เป็นหลักแหล่ง ที่เดียวเกิน 6 เดือน
      ส่วนความแน่นอนเรื่องนี้คงรู้หลังเลือกตั้งปีก 2 ถึง 3 เดือนครับ

      2) สิ้นปีภาษี 30 มิถุนายน ของทุกปีครับ และต้องยื่นภาษีก่อน 30 ตุลาคม (ในกรณีที่ยื่นเอง) แต่ถ้าใช้บริการ Tax agent จะค่อนข้างยืดหยุ่นและยื่นได้หลังจาก 31 ตุลาคมโดยไม่มีค่าปรับ ส่วนวีธีการยื่น อ่านบทความที่ผมเขียนไว้นี้เลยครับ “Lodging your tax return ถึงเวลายื่นภาษีอีกแล้ว”

      3)เงิน super ก็คล้ายๆกับเงินประกันสังคมบ้านเรา ที่นี่นายจ้างจะต้องจ่าย super 9.5% เพิ่มเติมจากค่าจ้างของเราไปยังกองทุนที่เราเลือก(หรือนายจ้างเลือก) อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ครับ “6 สิ่งที่ต้องรู้เมื่อทำงานในออสเตรเลีย”

  3. Chays says:

    สอบถามเพิ่มเติมนะคะ
    ถ้าหากเราถือวีซ่าของ work and holiday visa ของปี 2015 แต่เดินทางหลัง กค. 2016 เราจะต้องยื่นภาษีเป็นแบบไหนคะ ถ้าหากอยู่ที่เดียวตลอดระยะเวลาที่ไป

    ขอบคุณค่ะ

  4. Wasu says:

    ยื่นหลัง กค. 2016 ครับ เค้าจะนับว่าเราตกอยู่ในปีภาษีปีไหน ตอนเราเริ่มมีรายรับครับ ไม่เกี่ยวกับวีซ่าเริ่มต้นเมื่อไหร่

  5. PD says:

    สวัสดีค่ะ

    ดิฉันเคยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย พ.ค. 2015 – พ.ค. 2016 ด้วย working holiday visa และมีรายได้ช่วง ก.ค.2015 – ม.ค.2016 ซึ่งก่อนหน้านี้ถือว่าเป็น Australian resident for tax purpose
    ดิฉันเดินทางออกจากออสเตรเลียช่วงต้นเดือน พ.ค. 2016 โดยที่ไม่ได้ lodge early tax return ไว้ค่ะ แล้วพอจะ lodge online ระบบบอกว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่ใช่ Australian resident
    พอไปอ่านเงื่อนไขและทำตามคำถามในเว็บ ATO เหมือนว่าดิฉันออกจากออสเตรเลียโดยถาวร ดังนั้น สถานะจะเปลี่ยนเป็น non-resident ตั้งแต่วันที่เดินทางออก (อันนี้เข้าใจถูกต้องมั้ยคะ)

    ถ้าความเข้าใจถูกต้องแสดงว่าตอนนี้ดิฉันยังมีสิทธิ์ยื่น tax return ด้วย Australian recidency อยู่มั้ยคะ หรือการยื่นนับตามสถานะปัจจุบัน เพราะ tax rates ก็จะเปลี่ยนไป

    แล้วถ้าตอนนี้เป็น non-resident ดิฉันมีวิธีทางไหนบ้างที่จะยื่น tax return ตอนนี้โดยที่ยังได้ Australian resident tax rate อยู่ วิธีการต่อไปนี้สามารถทำได้มั้ยคะ
    – ยื่น paper tax return โดยใช้การให้คนอื่นไปส่งที่ tax officer โดยที่ลงวันที่เอกสารก่อนวันเดินทางออกนอกประเทศ
    – ให้ tax agent ยื่นให้ โดยให้เหตุผล support การคงสถานะ resident ของเราว่าเป็นการเดินทางออกมานอกประเทศชั่วคราว เช่น เรายังมีของส่วนตัวที่ยังอยู่ในออสเตรเลีย และมีแผนที่จะเดินทางกลับออสเตรเลียภายในสามเดือน (อันนี้อ้างอิงจากคำถามของ ATO นะคะ) และถ้าเป็นเคสนี้

    • PD says:

      มาใหม่ค่ะ
      – จากที่อ่านเพิ่มเติมคิดว่าสถานะปัจจุบันไม่มีผลต่อการคิด tax คือถ้าสมมติเราเป็น Australian tax resident ไม่เต็มปีภาษีที่เรากำลังจะยื่น เราก็จะถูกคำนวณ tax-free threshold ใหม่ตามจำนวนเดือนที่เราเป็น resident อยู่ โดยที่ tax rates ก็จะเป็น resident tax rates เราเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าคะ

      – เกี่ยวกับ Medicare levy exemption ถ้าเราสามารถได้ full exemption เพราะเข้าเงื่อนไข Not entitled to Medicare benefits เราจะต้องได้ certification ก่อนยื่น tax return หรือเปล่าคะ หรือสามารถระบุไปก่อนได้แล้วค่อยขอ certification ทีหลัง

      ขอบคุณมากค่ะ

  6. Wasu says:

    เข้าใจถูกต้องครับในส่วนแรก

    ส่วนที่สอง โดยทางทฏษฏีแล้วต้องได้ certificate ก่อนยื่น tax return ครับ แต่ในทางปฏิบัติสามารถยื่นภาษี พร้อมกับส่งใบสมัครขอ Medicare levy exemption ไปได้พร้อมๆกัน เพราะทาง ATO เค้าไม่ได้เช๊คทันทีตอนยื่นภาษีครับ หลังจากยื่นภาษีไปแล้ว ATO จะทำ data matching กับหน่วยงานที่ออก certificate ให้ ถ้าเค้าพบว่าเราไม่ได้สมัครไป เค้าจะส่งจดหมายมาหาเราครับ (ประมาณหลัง 6 เดือนขึ้นไปจากวันยื่นภาษี หรือบางคนอาจจะไม่โดนออดิท ก็จะไม่ได้รับจดหมายครับ) พร้อมกับบอกว่าจะแก้ภาษี และต้องจ่ายภาษีเพิ่ม

  7. Anan says:

    ค่อผมจะย้ายออกจากที่ทำงานเก่าแต่ผมให้TFNกับนายจ้างเก่าไปแล้วพอดีผมได้งานใหม่นายจ้างใหม่ต้องการTFN
    1.ผมจะมั่นใจอย่างไรว่านายจ้างเก่าจะไม่เอาไปโชว์ลดภาษี

  8. Wasu says:

    ถ้าเราทำงานกับเค้าจริงๆ เค้าก็มีสิทธ์เอาค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้คุณอนันตืไปใช้ลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจได้ครับ ต้องสอบถามกับทางเจ้านายเก่าและ ขอ PAYG Summary จากเค้า หลังจากหมดปีภาษีครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *